รีบๆสมัครสมาชิกกันนะครับ อีกไม่นานจะปิดรับสมัครแล้ว


    ปี 2012 โลกจะอวสานจริงหรือ ???

    Share

    jamesd2b
    Admin

    Gemini Posts : 187
    Join date : 18/05/2009

    ปี 2012 โลกจะอวสานจริงหรือ ???

    ตั้งหัวข้อ  jamesd2b on Thu 13 Aug - 21:09:05

    โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน


    ในวันที่ 21 เดือน 12 ปี 2012
    โลกจะอวสานจริงหรือ ?? ?? ?? ??


    1.ทางวิทยาศาสตร์ NASA ออกมาบอกว่าสนามแม่เหล็กโลกจะเกิดการเปลี่ยนแปลง
    2.ทางโหราศาสตร์ บ่งบอกว่าจะเกิดการเรียงตัวกันของ โลก กาแล็คซี่ทางช้างเผือกและดวงอาทิตย์
    3.ทางโบราณคดี ชาวมายามีปฏิทินถึงเพียงแค่ปี 2012 และระบุวันจุดจบของโลกไว้
    4.ทางการทำนาย นอสตราดามุสได้ทำนายไว้กับราศีตีความแล้วสอดคล้องกับ ทางโหราศาสตร์
    5.ทาง UFO ผู้ที่ติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวได้อ้างว่ามนุษย์ต่างดา วได้บอกเค้า(แล้วแต่ความเชื่อ)
    6.ทางความคิดผมเอง ศาสนาพุทธและคริส ได้ระบุวันจุดจบไว้แล้วในปี พุทธศักราชและคริสศักราช

    คำ
    ทำนายเรื่องวันสิ้นโลกนี้ มาจากวันในปฏิทินของชาวเผ่ามายัน
    (ชาวเผ่าโบราณที่อาศัยอยู่ในทวีปอเมริกาตอนกลาง) ซึ่งจะสิ้นสุดลงในวันที่
    21 ธันวาคม ปีคศ. 2012
    ไม่ว่าจะทางใด ดูจากหลายๆ
    ทางแล้วชี้ไปในปีเดียวกัน ความเชื่อมั่นกับสิ่งที่จะเกิดในปี 2012
    นั้นน่าจะมีอะไรเกิดการเปลี่ยนแปลงแน่ๆ แต่ที่แน่ๆ
    ในปัจจุบันผมมั่นใจว่ามันน่าจะเริ่มเกิดขึ้นแล้ว
    โดยสังเกตุจากผลกระทบจากภัยธรรมชาตินี่เอง เมื่อกลับมามองดูปี 2012
    ก็เลยมานั่งพิจรณาดูเล่น ๆ (การนับเลขฐานสิบจะนับศูนย์ถึงเก้า)
    ถ้าเราตัดเลขสองออกก็จะได้เลขนับ 0->1->2 เมื่อมาดูเป็นปี พ.ศ.
    มันเป็นปี 2555 (เลยสวยมาก) ถ้าเราตัดเลขสองออกเช่นกัน จะได้เลข 5
    เรียงตัวกัน 3 ตัวผมขอโยงไปเรื่องโหราศาตร์ที่จะมี โลก กาแล็คซี่
    และดวงอาทิตย์ ที่จะเกิดการเรียงตัวกัน ผลลัพธ์นั้นคงบอกไม่ได้
    อาจเกิดผลกระทบรุนแรงต่อโลกหรืออาจจะไม่มีอะไรเกิดขึ ้นเลยก็ได้
    เพราะสิ่งที่เราไม่รู้นั้นยังมีอีกมากมายทั้งในอวกาศ และจักรวาล

    1.ปฏิทินมายัน
    ทำไมต้องเชื่อปฏิทินของชาวเผ่ามายัน
    เป็น
    ที่ยอมรับว่าปฏิทินของชาวมายันมีความเที่ยงตรงอย่างม าก
    เที่ยงตรงกว่าปฏิทินระบบที่เราใช้กันในสากลมากมาย
    เพราะชาวมายันทำปฏิทินจากระบบดวงดาว
    โดยปฏิทินนี้ไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนอะไรเลยถึง 380,000 ปี
    (ในขณะที่ปฎิทินที่เราใช้ต้องมี Leap Year ทุกๆ 4 ปีเป็นต้น)
    จะเกิดอะไรขึ้นในวันนั้น
    คำ
    ถามนี้เป็นปัญหาโลกแตก (literally speaking) จริงๆ
    เพราะนอกจากจะเกี่ยวกับเรื่องวันสิ้นโลกแล้ว
    ยังเป็นคำถามที่ไม่มีใครให้คำตอบที่แน่นอนได้ มีเพียงการคาดเดา
    การผูกโยงข้อมูลต่างๆ เพื่อทำนายถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในวันสิ้นโลก (ดู 21
    December 2012, Articles you need to read.)
    เหตุการณ์ที่คาดเดากันว่าจะเกิดและเหตุการณ์ที่เกี่ย
    วเนื่องมีทั้งเรื่องของ
    ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติบนดวงอาทิตย์ที่จะเกิดผลกระทบย ิ่งใหญ่กับระบบสุริยะ
    จักรวาลและโลกของเรา ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่จะเกิดขึ้นจนถึงวันที่ 21
    ธันวา 2012 การเปลี่ยนขั้วของขั้วโลกเหนือใต้ ฯลฯ
    แล้วชาวมายันทำนายไว้ว่าอย่างไร
    ชาว
    มายันไม่ได้เขียนชัดเจนว่า วันที่ 21 ธันวา 2012 จะเป็นวันสิ้นสุดของโลก
    มีผู้คนจำนวนมากเชื่อว่า
    มันคือวันที่โลกจะเปลี่ยนแปลงจากยุคหนึ่งเป็นอีกยุคห นึ่ง
    และเรามีหน้าที่ที่จะต้องเตรียมรับมือกับวันนั้นให้ไ ด้
    เพื่อความอยู่รอดจากการเปลี่ยนแปลง และหลังจากวันนั้น
    โลกของเราจะมีสันติสุขอย่างแท้จริง
    ปฏิทินของชาวมายันโดยคร่าว
    จาก
    ปฏิทินของชาวมายัน เรากำลังอยู่ในช่วงปลายของ 1 วันแห่งระบบจักรวาล หรือ
    End of a Galactic Day ซึ่งระยะเวลา 1 วัน แห่งระบบจักรวาลนั้นยาวนานถึง
    25,625 ปี และแบ่งได้เป็น 5 ช่วง ช่วงละ 5,125 ปี
    และขณะนี้เราอยู่ในช่วงปลายของช่วงที่ 5 แล้ว ชาวมายันบอกว่า นับจากปี
    1999 เราจะมีเวลา 13 ปีที่จะปรับเปลี่ยนทัศนคติและจิตสำนึกของการอยู่บนโล
    กใบนี้เพื่อที่จะรอดจาก การทำลายล้าง และในขณะเดียวกัน
    ก็ก้าวสู่เส้นทางที่จิตสำนึกใหม่ปูให้กับการอยู่ร่วม กันอย่างสงบสุข
    ตามศาสตร์ของชาวมายัน ทุกๆ 5,125 ปี
    ดวงอาทิตย์จะเกิดปรากฏการณ์บางอย่างที่สัมพันธ์กับศู
    นย์กลางทางช้างเผือกอัน กว้างใหญ่ และจากปรากฏการณ์นั้นเอง
    ดวงอาทิตย์จะได้รับ “ประกายไฟ” (Spark of light)
    ซึ่งทำให้ดวงอาทิตย์ส่องแสงและส่งผ่านความร้อนรุนแรง มากขึ้น
    อย่างที่นักวิทยาศาสตร์เรียกว่า “Solar Flares”
    และยังทำให้ขั้วแม่เหล็กของดวงอาทิตย์เปลี่ยนแปลง ซึ่งส่งผลต่อมายังโลก
    เกิดการสับเปลี่ยนขั้วโลก และทำให้เกิดหายนะทางธรรมชาติตามมามากมาย
    ปรากฏการณ์เหล่านี้ ชาวมายันเชื่อว่าเป็นเพียงกระบวนการทางธรรมชาติกระบว
    นการหนึ่งที่จะเกิดขึ้น ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างสม่ำเสมอ
    เปรียบเหมือนการหายใจของคน และจะไม่มีทางเปลี่ยนแปลงหรือหยุดไป
    เหตุการณ์เหล่านี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว 4 ครั้ง (4
    รอบแรกของปรากฏการณ์จากดวงอาทิตย์) และจะเกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่ 5
    เมื่อครบ 5,125 ปี ซึ่งก็คือวันที่ 21 ธันวาคม 2012 นั่นเอง

    2.Planet X NIBIRU

    Planet
    X NIBIRU ที่มีวงโคจรตัดกับวงโคจรของโลกเราจะตัดผ่านมาใกล้โลก อีกครั้ง
    ดาวดวงนี้จะผ่านมาที่วงโคจรของเราทุกๆ3600 ปี
    นั่นอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ทวีปแอตแลนติกหายไป
    นั่นอาจเป้นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดเรื่องโนฮากับเรื อสมัยน้ำท่วมโลก
    ดาวดวงนี้จะเข้ามาใกล้โลกเรื่อยๆปี 2009 จะสามารถมองเห็นทางขั้วโลกใต้ด้วยกล้องส่องดาว
    ปี 2011 จะสามารถมองเห้นด้วยตาเปล่า ขนาดเท่าดวงจันทร์ของเรา ดาวดวงนี้เป็นสีแดง
    ปี
    2012 จะเริ่มมีปฏิริยาต่อมวลสภาพอากาศบนโลก
    เศษหินในอวกาศที่มากับดาวนิบิรุจะตกลงมาบนพื่นโลก
    เป็นฝนดาวตกอันตรายต่อมวลชีวิตทั้งโลก
    วันที่ 21 ธันวาคม 2012 หายนะครั้งยิ่งใหญ่จะเกิดบนพื้นแผ่นดิน อย่างใครไม่เคยคาดคิดมาก่อน
    วัน14 กุมภาพันธ์ 2013 วันนั้นเป็นวันที่ โลก +นิบิรุ+ดวงอาทิตย์ โคจรมาอยู่แนวแกนเดียวกัน แกนแม่เหล็กโลกจะเปลี่ยนไป
    โลก
    จะหยุดหมุนรอบตัวเอง 3 วัน แผ่นดินจะแยกตัวเป็นเสี่ยง
    น้ำทะเลจะเป็นคลื่นมหาอภิสึนามิ ถล่มตามเมืองชายทะเลทุกแห่ง
    เมื่อแผ่นดินเคลื่อนตัวตามเปลือกโลก
    ลาวาก็จะถลักขึ้นมาเกิดเป็นภูเขาไฟมากมาย

    3.UFOบอก ?? ??(แล้วแต่ความเชื่อ)

    “อู
    แรนเดอร์ โอลิเวียร่า”
    ผู้ซึ่งอ้างว่าเคยได้ติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวผู้โด่งด ังนั้น
    ก็อ้างว่าเขามีโทรจิตที่เห็นภาพอนาคตจากการบอกเล่าขอ งมนุษย์ต่างดาว
    ว่าในปี ค.ศ.2012 นั้น
    จะมีแสงสว่างมากที่สุดในกาแลกซี่และสะท้อนไปยังดาวเค ราะห์ที่โคจรรอบตัว
    สิ่งมีชีวิตและโลกจะปั่นป่วนอย่างยิ่ง

    (คงจะจำเครื่องนี้ได้ LHC)

    4.หลุมดำ ?? ??

    ในที่นี้ก์อคือทั้งหลุมดำของแกแล็กซี่ทางช้างเผือกแล ะวหลุมดำพที่อาจเกิดขึ้นเองตามที่มนุษย์สร้างCERN
    ใน
    ทางศาสนาพุทธ ถึงอย่างไรก็ยังผู้แย้งว่าพระพุทธเจ้าได้เคยตรัสกับพ
    ระอานนท์ไว้ ว่าในพุทศศาสนาจะมีอายุ5000ปีและมันจะเสื่อมลงในตัวข องมันเอง
    ถึงอย่างไรก็ตามมันก็ยังคงเป็นเพียงคำทำนายที่ยังบอก
    คำตอบที่แท้จริงไม่ได้ หรอกว่าโลกเราจะอวสานวันไหน

    **************************************************



    jamesd2b
    Admin

    Gemini Posts : 187
    Join date : 18/05/2009

    Re: ปี 2012 โลกจะอวสานจริงหรือ ???

    ตั้งหัวข้อ  jamesd2b on Thu 13 Aug - 21:10:14

    แกนโลกจะพลิกกลับขั้ว" Pole Shift " บรรดา ET กำลังให้ความช่วยเหลือในการรอดของมนุษย์

    แบบจำลองคอมพิวเตอร์ ทำนายการพลิกกลับขั้วของแม่เหล็กโลก อาจนำมาสู่การสิ้นสุดอารยธรรมมนุษย์ในปี 2012

    จาก
    การทำงานของนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์จำนวนหนึ่ง
    ที่ได้ศึกษาปรากฎการณ์แกนโลกพลิกตัว บอกว่าโลกและดวงอาทิตย์
    ทั้งสองมีความเกี่ยวข้องกันและสัมพันธ์กัน
    โดยจะแลกเปลี่ยนพลังงานและใช้จนหมดกระบวนการหนึ่ง
    จนเกิดกระบวนการของการพลิกกลับขั้วเกิดขึ้น
    ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเกิดขึ้นเมื่อหลายล้านปีก่อน
    เมื่อสัตว์จำพวกไดโนเสาร์ที่สาบสูญไปในช่วงเวลานั้น

    ในการค้นคว้า
    วิจัยส่วนตัวและของบริษัท ได้วิเคราะห์หรือทำนายด้วยระบบคอมพิวเตอร์
    Hyderabad ซึ่งมีแนวโน้มเกี่ยวกับการยกระดับพลังงานขึ้นสูงสุด
    จะเกิดขึ้นในปี 2012 นี้

    การพลิกกลับขั้วของแกนแม่เหล็กโลก
    คือกระบวนการเมื่อขั้วทิศเหนือและขั้วทิศใต้กลับตำแห น่งกัน
    เมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้น, ที่จุดหนึ่งของเวลา
    สนามแม่เหล็กโลกจะลดลงเกือบจะถึงศูนย์เกาซ์
    โลกที่จุดนั้นของเวลามีคุณสมบัติของแม่เหล็กเป็นศูนย ์
    สิ่งนี้บังเอิญมาเกิดขึ้นพร้อมกัน
    กับการหมุนรอบพลิกกลับขั้วของดวงอาทิตย์ในทุกๆสิบเอ็ ดปีพอดี

    ในประ
    วัตศาสตร์ของมนุษย์ยุคใหม่
    ปรากฎการณ์แกนโลกพลิกตัวที่เคยเกิดขึ้นนั้นไม่เคยถูก บันทึกมาก่อน
    แต่ในปัจจุบัน, แบบตัวอย่างคอมพิวเตอร์สามารถทำนายผลลัพธ์ที่เป็นจริ งได้
    ซึ่ง NASA เคยนำคำพูดที่น่ากลัว
    มากล่าวถึงในที่สาธารณะเกี่ยวกับการพลิกกลับขั้วจะทำ คุณสมบัติของแม่เหล็ก
    ของโลกอ่อนแอและเบี่ยงเบนไป แต่ไม่ใช่ศูนย์

    ตามแบบตัวอย่าง
    คอมพิวเตอร์ Hyderabad
    การพลิกกลับเกี่ยวกับขั้วของโลกและดวงอาทิตย์สามารถเ
    ป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาที่จริงจังดังต่อไปนี้

    - ระบบอิเล็กโทรนิคจำนวนมากจะทำงานผิดปกติ (ระบบขีปนาวุธ ,computer)

    - การอพยพของฝูงสัตว์ เช่น นก หรือปลาวาฬ ทำให้สูญเสียทิศทางและอื่นๆ

    - ระบบภูมิคุ้มกันโรคในบรรดาสัตว์รวมถึงมนุษย์จะทำให้อ ่อนอย่างมาก

    - ทำให้ภูเขาไฟเพิ่มขึ้น, เกิดการเคลื่อนที่ของเปลือกโลก แผ่นดินไหว และแผ่นดินถล่ม

    -
    สนามแม่แหล็กโลก (Magnetosphere) จะอ่อนแอลง
    และการแผ่รังสีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากดวงอาทิตย์จะเพิ ่มปริมาณถึงระดับ
    อันตราย ก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังตามมา ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้

    - กลุ่มวัตถุในอวกาศที่มีเส้นผ่านมากมายจะเฉียดเข้าใกล ้โลกได้ง่ายขึ้น

    -แรงดึงดูดของโลกจะมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม


    ถ้า
    คุณรวมเค้าเรื่องการทำลายล้างกับเหตุผลทางวิทยาศา สตร์
    ความเป็นไปได้เหล่านี้เป็นไปได้ทั้งหมด, คุณสามารถดูได้โดยง่าย,
    โลกอาจจะกลายเป็นที่ที่ไม่เหมาะสมสำหรับอารยธรรมของม นุษย์เมื่อถึงปี 2012
    และผู้ที่จะรอดได้นั้นอาจต้องมีชีวิตอยู่ใด้ดินหรือใ ต้เปลือกโลกเท่านั้น..

    .
    กลุ่ม
    นักค้นคว้าเรื่อง UFO จำนวนมาก (ในต่างประเทศ)
    ที่ได้ทำการติดต่อกับพวกเขาอย่างลับๆ
    รายงานว่ามนุษย์ต่างดาวได้ตระหนักถึงเหตุการณ์เกี่ยว กับโลกในช่วงระยะอัน
    ใกล้นี้ ได้เข้ามาบันทึกและศึกษาเหตุการณ์การสูญพันธุ์ของรูป
    แบบอารยธรรมเกี่ยวกับ มนุษย์ อันเนี่องมาจากการขาดของความรู้ของเราเอง
    ขณะนี้เขากำลังจัดเตรียมเครื่องมือสำหรับการตรวจวัดแ
    ละคัดเลือกมนุษย์ที่เขา จะช่วยชิวิตเอาไว้ได้จำนวนหนึ่งแล้ว...

    พวก
    เขาได้รับสัญญาณและรับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับโลก
    ว่ามีบางสิ่งที่รุนแรงจะเกิดขึ้น
    ซึ่งเขากำลังเตรียมช่วยเหลือเราอย่างเงียบๆ
    รวมถึงการเคลื่อนย้ายเราไปสู่ปลายทางที่ปลอดภัยที่เร าไม่อาจรู้
    (ซึ่งฃ่าวนี้ตรงกับข้อมูลทางกลุ่มเขากะลาของไทยที่บอ กไว้คล้ายกัน
    เกี่ยวกับการเตรียมการช่วยเหลือตามจุดต่างๆ 8จุด ทั้งในไทยและต่างประเทศ)

    หลายๆ
    เหตุการณ์ เช่นTsunami, มันเป็นไปได้ที่เราจะงงงวยและจ้องมองมัน
    กับสิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่มีใครคาดคิดมาก่อน ถ้าเรื่องราวนี้ถูกต้อง,
    มันอาจจะเป็นหนทางหนึ่งที่เราจะอยู่รอดจะเพื่ออารยธร รมของเรา
    บางทีเราอาจต้องเคลื่อนย้ายสู่ดาวเคราะห์อื่นๆ
    เช่นที่มันอาจจะเคยเกิดขึ้นบนดาวอังคารเมื่อหลายล้าน ปีมาแล้ว...

    ************************************************** ****

    บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด

    เมื่อ
    เร็วๆ มานี้ องค์การ NASA
    ได้เคยทำให้สาธารณะชนเกิดความหวาดหวั่นด้วยการออกมาเ ปิดเผยว่าการพลิกกลับ
    ของขั้วแม่เหล็กโลกจะทำให้ความเข้มข้นของสนามแม่เหล็ กโลกอ่อนลง
    และไร้ความมั่นคงแต่ไม่ถึงกับลดลงถึงระดับศูนย์
    แต่จากการศึกษาร่วมกัน
    ของนักวิทยาศาสตร์ด้านคอมพิวเต อร์จำนวนหนึ่งกับกลุ่ม
    นักธรณีฟิสิกส์และนักดาราศาสตร์ฟิสิกส์พบว่า
    ทั้งโลกและดวงอาทิตย์จะสิ้นสุดระยะเวลาที่ใช้ในกระบว
    นการพลิกกลับของขั้วแม่ เหล็ก (Magnetic Pole Reversal) ในปี ค.ศ. 2012
    โดยครั้งล่าสุดกระบวนการนี้ได้เกิดขึ้นเมื่อหลายล้าน ปีที่ผ่านมาจนทำให้
    สัตว์จำพวกไดโนเสาร์สูญพันธุ์จนหมดสิ้น
    จากการค้นคว้าวิจัยและการวิเคราะห์ร่วมกันใน Hyderabad
    ได้คาดการณ์ว่าการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงครั้งใหม่นี ้จะเกิดขึ้นในปี ค.ศ.
    2012


    jamesd2b
    Admin

    Gemini Posts : 187
    Join date : 18/05/2009

    Re: ปี 2012 โลกจะอวสานจริงหรือ ???

    ตั้งหัวข้อ  jamesd2b on Thu 13 Aug - 21:10:48

    คำถาม......? โลกจะเป็นอย่างไรเมื่อขั้วแม่เหล็กโลกกำลังพลิกด้าน

    การ
    พลิกกลับของขั้วแม่เหล็กโลก คือ
    กระบวนการที่ขั้วแม่เหล็กเหนือและขั้วแม่เหล็กใต้สลั บตำแหน่งกัน
    เมื่อการพลิกกลับของขั้วแม่เหล็กนี้เกิดขึ้น ณ ขณะเวลาใดเวลาหนึ่ง
    (ซึ่งไม่สามารถทำนายได้ว่าจะกินเวลานานเท่าใด อาจกินเวลาแค่ 1 ช.ม.
    หรืออาจเป็นเดือนก็ได้)
    มันหมายถึงว่าค่าการเหนี่ยวนำของสนามแม่เหล็กโลกจะลด ลงจนมีค่าเป็นศูนย์
    หน่วยกาซ และโลก ณ ขณะเวลานั้นจะสูญเสียอำนาจแห่งสนามแม่เหล็กโลกอย่างห
    ลีกเลี่ยงไม่ได้

    คำถาม.......? จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อไม่มีสนามแม่เหล็กโลก

    โดย
    ปกติสนามแม่เหล็กโลก จะเป็นเสมือนโล่กำบังที่ช่วยปกป้องโลกไว้อีกชั้นหนึ่
    งโดยเฉพาะ การช่วยกำบังโลกจากพายุสุริยะที่เกิดจากดวงอาทิตย์
    แต่เมื่อไม่มีสนามแม่เหล็กโลกในเวลาที่ว่านั้น
    สิ่งมีชีวิตบนโลกจะต้องเจอกับหายนะ นั่นก็คือ
    พายุสุริยะ(บางคนเรียกลมสุริยะ มันเหมือนกันนะเดี๋ยวจะสับสน) พายุสุริยะ
    คือ พลังงานที่เกิดจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ที่เกิดจากธาตุ
    ไฮโดรเจนบนพื้นผิวดวง อาทิตย์
    ซึ่งจะถูกปล่อยออกมาสู่อวกาศด้วยแรงระเบิดมหาศาล
    ซึ่งพายุสุริยะนั้นประกอบด้วย รังสีคอสมิก(และอีกมากมาย)
    และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าอันมหาศาล

    คำถาม........? เราจะเป็นอย่างไรเมื่อต้องเผชินกับพายุสุริยะ

    'ฮา
    รัลด์ เลสช์' (Harald Lesch) ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัย 'มิวนิค'
    ได้สร้างแบบจำลองสนามแม่เหล็กโลกขึ้นมาศึกษาในเรื่อง นี้เป็นการเฉพาะ
    เพื่อหาคำตอบว่าโลกเราจะเป็นอย่างไรหากไม่มีสนามแม่เ หล็ก แบบจำลองที่
    'ฮารัลด์ เลสช์' สร้างขึ้นพบว่า ถ้าโลกเราถูกพายุสุริยะกระหน่ำ
    ผลที่ได้สร้างความประหลาดใจอย่างยิ่ง
    จากภาพจำลองที่คอมพิวเตอร์สร้างขึ้นแสดงให้เห็นว่า เมื่อ
    มวลอนุภาคคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากพายุสุริยะมาถึงโลก
    จะทำปฏิกิริยากับชั้นบรรยากาศ
    เกิดเป็นสนามแม่เหล็กชุดใหม่มาแทนที่และทรงพลัง
    พอที่จะทานแรงปะทะของรังสีคอสมิก
    ทำให้รังสีคอสมิกที่เป็นอันตรายจากดวงอาทิตย์เบนออกส
    ู่อวกาศแต่ทะว่าโลกเรา นั้นสามารถรอดพ้นจากอันตรายจากรังสีคอสมิกไปได้
    แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นจากกระบวนการนี้ไม่ได้เป็นผลดีต
    ่อสิ่งมีชีวิตบนโลกเลย
    ตามหลักแล้วกระแสไฟฟ้าจะไหลไปสู่ที่ๆมีความต่างศักย์ ที่น้อยกว่า
    และสนามแม่เหล็กชุดใหม่ที่จะเกิดขึ้นจากคลื่นแม่เหล็
    กไฟฟ้านั้นไม่ได้เสถียร เหมือนแม่เหล็กโลกเดิม
    ฉะนั้นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ทำปฏิกิริยากับบรรยากาศโ ลกย่อมไม่ได้หยุดอยู่
    เพียงแค่นั้น สิ่งที่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจะกระทำต่อไปนั้นก็คือ
    การปลดปล่อยพลังงานไฟฟ้าอันมหาศาลสู่ที่ๆมีความต่างศ ักย์ที่น้อยกว่า
    นั่นก็คือพื้นผิวโลก เหตุการณ์ที่ว่านี้คือ พายุฟ้าผ่านั้นเอง
    พายุฟ้าผ่านี้ อาจกินเนื้อที่ทั้งทวีปหรือทั่วโลก
    สายฟ้าที่กระหน่ำลงมาจากก้อนเมฆอิเล็กตรอนนั้น
    จะกระหน่ำผ่าลงมาทุกๆที่โดยไม่หยุดจนกว่าพลังงานคลื่
    นแม่เหล็กไฟฟ้าจากพายุ สุริยะจะหมดลง
    และจะเกิดขึ้นอีกถ้าพายุสุริยะลูกต่อไปมาถึง
    หรือจนกว่าการกลับขั้วของแม่เหล็กโลกจะเสร็จสมบูรณ์จ นทำให้กระบวนการสร้าง
    สนามแม่เหล็กโลกจะทำงานได้อีก สิ่งมีชีวิตบนโลกมากมายจะต้องตาย
    และเทคโนโลยีต่างๆที่มนุษย์สร้างขึ้นจะถูกทำลายลงในค รั้งนี้
    แต่ถ้ารังสีคอสมิกสามารถหลุดรอดมากจากสนามแม่เหล็กไฟ ฟ้าได้
    สิ่งมีชีวิตที่รอดจากการถูกฟ้าผ่า ก็อาจจะต้องตายจากโรคมะเล็งและความร้อน

    คำถาม........? เมื่อสนามแม่เหล็กโลกเกิดการพลิกตัวอย่างสมบูรณ์จะเก ิดอะไรขึ้นกับโลก

    สิ่ง
    ที่จะกล่าวต่อไปนี้อาจะเหลือเชื่อแต่ตามหลักการแล้วย่อมเป็นไปได้
    การพลิกด้านของขั้วแม่เหล็กโลกนี้ไม่ได้ทำให้เกิดควา
    มหายนะจากพายุสุริยะแค่ เพียงอย่างเดียว
    แต่อาจเกิดหายนะจากการหมุนกลับทางของโลกที่จะเกิดตาม มาอีก ยกตัวอย่าง
    เช่น การหมุนของมอเตอร์ มอเตอร์แบบธรรมดามี 2 ขั้ว โดยให้สัญลักษณ์ A และ
    B ก่อนที่ขั้วแม่เหล็กโลกจะพลิกตัว ให้เปรียบโดยการใช้ ไฟฟ้าขั้ว +
    ต่อเข้ากับ A และไฟฟ้าขั้ว - ต่อเข้ากับ B มอเตอร์จะหมุนไปทางใดทางหนึ่ง
    แต่เมื่อเราต่อขั้วไฟฟ้ากลับด้านกัน
    ย่อมทำให้มอเตอร์เกิดการหมุนทิศทางตรงกันข้ามกับครั้ งแรก
    และนี่ก็เปรียบกับการพลิกด้านของขั้วแม่เหล็กโลกนั่น เอง

    คำถาม........? แล้วสิ่งมีชีวิตจะเป็นอย่างไรต่อไป

    เมื่อ
    โลกหมุนกลับทาง สิ่งมีชีวิตที่เหลืออาจจะต้องเจอกับภัยธรรมชาติมากมา ย
    โลกหมุนกลับทางย่อมทำให้ทุกสิ่งเปลี่ยน ทั้งกระแสน้ำทะเล กระแสลม
    รวมถึงแผ่นดิน จากนี้จะเกิดอะไรขึ้นย่อมไม่มีใครรู้ได้
    มนุษย์และสิ่งมีชีวิตที่มีชีวิตรอด
    จะปรับตัวอย่างไรเมื่อดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตก
    มนุษย์ที่เหลือจะทำอย่างไรเมื่อวันนั้นมาถึง........ ...................

    ในแง่ความคิดของผู้มีญาณในไทย

    ผู้
    มีฌาณทั้งหลายได้บรรยายภาพที่ได้เห็นมาว่าจะเกิดอ ะไรขึ้นในอนาคตบ้าง
    เช่นประเทศไทยในอนาคตจะเหลือแค่ภาคเหนือและภาคอีสานเ ท่านั้น
    ที่เป็นพื้นที่แผ่นดินผืนใหญ่ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะรอดพ้นภัย
    อย่างเช่นที่เชียงใหม่ จะเกิดการยุบตัวและการเลื่อนของผิวดิน
    ภูเขาจะถล่มลงมา... ประมาณนี้ครับ
    แต่จะเริ่มเห็นลางภัยพิบัติในครั้งนี้
    ชัดเจนขึ้นในอี กประมาณ 5 ปีนับจากนี้ และจะเริ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ
    เช่นมีภัยพิบัติมากกว่าเดิมในหลายๆที่ ไปจนถึงเวลาที่แกนโลกพลิกตัวจริงๆ
    ในอีก 10-15ปี

      เวลาขณะนี้ Thu 8 Dec - 7:05:15